กัญชง: ผู้ป่วยไม่ต้องเมา มะเร็งก็ตายได้!

จากบทความเรื่อง กัญชาดีกว่ากัญชงจริงหรือ เราได้อธิบายความแตกต่างระหว่างกัญชง และกัญชาไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีบางสื่อที่ไม่เข้าใจ และให้ข้อมูลผิดๆว่าการรักษาโรคต้องใช้กัญชาเท่านั้น


ภาพผลการใช้สาร CBD ที่มีมากในกัญชง เพื่อรักษาเนื้องอกในสมองเด็ก

การใช้สารแคนนาบินอยด์ในการรักษาโรคอะไรก็ตาม ให้ดูว่าสารนั้นเป็นสารอะไร ไม่ใช่ดูว่าสารนั้นมาจากกัญชง หรือกัญชา เพราะกัญชงก็คือพืชตระกูลเดียวกับกัญชา และมีสารแคนนาบินอยด์ชนิดเดียวกับกัญชา เพียงแต่ปริมาณ และสัดส่วนของสารต่างกันเท่านั้น ซึ่งสาร CBD ที่มีในกัญชง กับสาร CBD ที่มีในกัญชา มีโครงสร้างทางเคมีเหมือนกัน และคุณสมบัติเหมือนกันทุกประการ ส่วนสาร THC ที่ได้จากกัญชา ก็มีโครงสร้างทางเคมี และสรรพคุณเหมือนสาร THC จากกัญชงทุกประการ


สาร CBD มีมากในกัญชงที่ผ่านการพัฒนาสายพันธุ์มาแล้ว ขอย้ำว่าเป็นกัญชงที่ผ่านการพัฒนาสายพันธุ์มาแล้ว ซึ่งฝรั่งเค้าเรียกว่า Medical hemp เช่น กัญชงสายพันธุ์ Berry Blossom, Charlotte's Web และ Cherry Wine ซึ่งมี CBD สูงได้ถึง 25% ส่วนสาร THC มีมากในกัญชา โดยเฉพาะกัญชาสายพันธุ์ไทย ที่มี THC สูง และแทบไม่มี CBD เลย


การกำหนดว่าพืชไหนเป็นกัญชง หรือกัญชานั้น ดูที่สาร THC เป็นหลัก ไม่ใช่สาร CBD หรือสารแคนนาบินอยด์ตัวอื่นๆ


พืชที่มี THC ไม่เกิน 0.5% เรียกว่ากัญชงตามกฏหมายไทย ตามกฏหมายอเมริกา พืชที่มี THC ไม่เกิน 0.3% เรียกว่ากัญชง สำหรับยุโรป พืชที่มี THC ไม่เกิน 0.2% เรียกว่ากัญชง พืชที่มี THC เกินกว่าปริมาณที่กล่าวไปแล้ว เรียกว่ากัญชา


บริษัทยาจดสิทธิบัตรสารหลักๆในกัญชงไว้เป็นยารักษามะเร็ง


ในแวดวงกัญชาไทย ได้มีความเชื่อที่ว่า ถ้าต้องการรักษามะเร็ง ต้องใช้กัญชาเท่านั้น และหลายคนบอกว่ากัญชงรักษามะเร็งไม่ได้ แต่ในต่างประเทศกลับมีการใช้สารแคนนาบินอยด์ตัวที่พบมากในกัญชงเป็นตัวรักษามะเร็ง ซึ่งเห็นได้จากข้อมูลในสิทธิบัตร ของบริษัท GW Phama จากประเทศอังกฤษ บริษัทยาที่ได้ชื่อว่า เป็นผู้นำด้านการใช้สารแคนนาบินอยด์ มาใช้ในทางการแพทย์ เมื่อดูจากสิทธิบัตร จะเห็นได้ว่าสารที่บริษัทยานำมาใช้รักษามะเร็ง ล้วนเป็นสารที่ไม่ทำให้เกิดอาการเมา ไม่ทำให้เสพติด และมีมากในกัญชงแทบทั้งสิ้น


ารรักษามะเร็ง ต้องดูว่าเป็นเซลล์ชนิดไหน เมื่อดูจากผลการทดลอง ที่ตีพิมพ์ในสิทธิบัตรยา พบว่าสาร CBD+THC ทำลายเซลล์มะเร็งบางชนิดได้ดี เช่น เซลล์มะเร็งปอดชนิด H460 มะเร็งตับอ่อนชนิด PANC-1 และมะเร็งตับอ่อนชนิด MIA-PA-CA2


ส่วนสาร CBD+CBDA ทำลายเซลล์มะเร็งได้ดีกว่า CBD+THC ในบางชนิด เช่น มะเร็งรังไข่ชนิด OVCAR3 และสาร CBD+CBG ทำลายเซลล์มะเร็งได้หลากหลายชนิด กว่าสารแคนนาบินอยด์ทุกๆตัว ซึ่งทั้งสาร CBD และ CBG มีมากในกัญชงที่ผ่านการพัฒนาสายพันธุ์มาแล้ว ส่วนกัญชามีสาร CBG ต่ำมาก (ราวๆ 0.1-1%)


ส่วนที่หลายคนบอกว่าการรักษามะเร็งต้องใช้สาร THC เท่านั้น อาจเป็นเพราะคนไทยส่วนใหญ่ คุ้นเคยแต่กับกัญชาไทย ที่มีสาร THC สูง และไม่ค่อยมีใครได้มีโอกาสนำสาร CBD มาใช้ เพราะเมืองไทยไม่มี จึงได้มีประโยคเด็ด ที่หลายๆคนคงคุ้นหูกันดี ก็คือ "คนป่วยต้องเมา มะเร็งจึงจะตาย" ซึ่งประโยคนี้ ได้กลายเป็นความเชื่อของผู้ที่ต้องการใช้กัญชาทางการแพทย์ในประเทศไทยไปแล้ว


สำหรับเมืองนอก คนป่วยไม่ต้องเมา มะเร็งก็ตายได้ และสาร CBD รักษาเนื้องอกในสมองเด็กได้จริงๆ ซึ่งสาร CBD ไม่ทำให้เมา ดูได้จากคลิปด้านล่างนี้ เริ่มจากนาทีที่ 1.35 แพทย์ผู้รักษาบอกว่า รักษาเนื้องอกในสมองด้วยสาร CBD ไม่ใช่ THC ซึ่งผู้ป่วยรายนี้ใช้แค่ CBD อย่างเดียวเท่านั้น ไม่ได้ใช้เคมีบำบัด หรือการรักษาอื่นๆ และหลังจากใช้ CBD เป็นระยะเวลา 8 เดือน เนื้องอกหายไปทั้งหมด (ดูรูปผลการรักษาได้ในรูปด้านบนของบทความนี้)



นอกจากการใช้ CBD เพื่อรักษาผู้ป่วยมะเร็งจริงๆ ในคลิปด้านบนนี้แล้ว ยังมีงานวิจัยอีกหลายๆ ชิ้นที่พบว่า CBD ลดขนาดมะเร็งได้ ต่อต้านการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งได้ และทำลายเซลล์มะเร็งได้ ตัวอย่างเช่น


งานวิจัยชิ้นแรกทำที่ California Pacific Medical Center ในอเมริกา พบว่าสาร CBD ช่วยลดขนาดก้อนมะเร็งในเต้านมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด


งานวิจัยชิ้นที่สอง ทำโดยนักวิจัยจากอิตาลี่และอิสราเอล พบว่าสาร ซีบีดี (CBD) ซีบีจี (CBG) และ ซีบีซี (CBC) ช่วยชลอการเติมโตของเนื้องอก และต่อต้านการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง


และมีอีกงานวิจัยหนึ่งจากญี่ปุ่น พบอีกว่า CBDA ซึ่งเป็นสาร CBD ที่อยู่ในรูปของกรด ช่วยยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งในเต้านม และป้องกันการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งได้


งานวิจัยที่สำคัญอีกชิ้นหนึ่งที่ทำโดยกลุ่มนักวิจัยในบอสตัน แสดงให้เห็นว่าซีบีดีสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งเต้านมได้ โดยไม่ทำลายเซลล์ปกติอื่นๆของร่างกาย


สินค้าแนะนำ


สำหรับท่านที่ต้องการใช้สาร CBD และ CBG ในการรักษามะเร็งเหมือนกับที่แสดงไว้ในสิทธิบัตรของ GW Phama ทาง medibis.shop ได้นำผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารทั้งสองชนิดนี้มาให้ท่านได้ซื้อไปทดลองใช้กันแล้ว ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดผลิตในยุโรป ได้มาตรฐานความปลอดภัย และถูกกฏหมายของสหภาพยุโรป ผลิตภัณฑ์ที่เราจำหน่ายทุกชนิด เป็นออแกนิกส์ ปลอดสารพิษ และปลอดสารโลหะหนักตกค้าง มีผลแลปให้ดูทุกตัว และ medibis.shop กล้ารับประกันว่าใช้แล้วไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ ไม่ทำให้เกิดการเสพติด ไม่เมา และไม่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท

ผลิตภัณฑ์ชุดแรกเป็น Full spectrum CBD 500 มิลลิกรัม 1 ขวด และ Full spectrum CBG 500 มิลลิกรัม อีก 1 ขวด เมื่อนำมาใช้ร่วมกันในจำนวนหยดเท่ากันจากแต่ละขวด จะได้สาร CBD ต่อ CBG ในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 (คลิ๊กที่รูปผลิตภัณฑ์ เพื่อดูรายละเอียด ราคา และสั่งซื้อ)



ส่วนผลิตภัณฑ์ชุดที่สองประกอบด้วย Full spectrum CBD 1000 มิลลิกรัม และ Full spectrum CBG 1000 มิลลิกรัม ผู้ใช้สามารถนำผลิตภัณฑ์สองขวดนี้ ไปใช้พร้อมกันได้ ก็จะทำให้ได้ทั้งสาร CBD และ CBG ในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 (คลิ๊กที่รูปผลิตภัณฑ์ เพื่อดูรายละเอียด ราคา และสั่งซื้อ)

ผลิตภัณฑ์ตัวที่ 3 และ 4 เป็น Full spectrum CBD ที่มีสาร CBD และ CBDA เป็นหลัก ซึ่งจากการทดลองที่แสดงไว้ในสิทธิบัตร พบว่าการนำสาร CBD มาใช้ร่วมกับ CBDA ทำลายเซลล์มะเร็งมะเร็งรังไข่ชนิด OVCAR3 มะเร็งปอดชนิด H460 และมะเร็งผิวหนังชนิด WM115 ได้ดี

หมายเหตุ: ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำด้านบน เป็นเพียงการอ้างอิงจากข้อมูลในสิทธิบัตรยา และจากงานวิจัยเท่านั้น ทางร้านไม่สามารถรับประกันได้ว่า ผู้ป่วยที่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เราแนะนำ จะหายจากโรคมะเร็ง เนื่องจากการรักษาโรคต่างๆมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง และร่างกายของผู้ป่วยแต่ละคน ก็ตอบสนองต่อสาร CBD และ CBG แตกต่างกันไป สิ่งที่ทางร้านรับประกันคือ ผลิตภัณฑ์ที่เราจำหน่ายมีสารแคนนาบินอยด์ตามที่ระบุไว้บนฉลากจริงๆ


CBD, CBG ใช้ร่วมกับการรักษาแบบอื่นๆได้

ณ. ปัจจุบัน (พ.ศ. 2562) ถึงแม้ว่าผลการวิจัยจะแสดงให้เห็นว่าสาร CBD และ CBG มีผลต่อต้านและทำลายเซลล์มะเร็งได้จริง แต่การวิจัยส่วนใหญ่เป็นการทดลองในห้องทดลอง ที่ทำกับหนูทดลอง หรือทำกับเซลล์มะเร็งในหลอดทดลอง อย่างไรก็ตาม ได้มีอดีตผู้ป่วยมะเร็งหลายราย ที่ออกมายืนยันว่าตนเองหายจากโรคมะเร็งด้วยการใช้ CBD โดยเฉพาะในต่างประเทศ ซึ่งถ้าผู้ป่วยท่านไหนต้องการทดลองใช้สาร CBD และ CBG เพื่อรักษามะเร็ง ท่านสามารถทำได้อย่างปลอดภัย เพราะองค์การอนามัยโลกยืนยันแล้วว่าสาร CBD และผลิตภัณฑ์ CBD ที่มีสาร THC ปนมาไม่เกิน 0.2% นั้นปลอดภัย และจากการวิจัยเรื่องการใช้สาร CBG ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ก็ไม่มีรายงานผลข้างเคียงอันตรายของสารดังกล่าว


ถึงแม้ว่าท่านจะตัดสินใจใช้การรักษาด้วยสาร CBD และ CBG ผู้ป่วยก็ไม่ควรหันหลังให้กับการรักษาโดยแพทย์แผนปัจจุบันเสียทีเดียว จากประสบการณ์ของผู้ใช้ในอเมริกา และยุโรป การใช้ซีบีดีควบคู่กับการรักษาแบบอื่นๆ เช่น ใช้ซีบีดีควบคู่กับการใช้เคมีบำบัด ให้ผลการรักษามะเร็งดีที่สุด


ถ้าผู้ป่วยท่านไหนเลือกที่จะใช้การรักษาด้วยผลิตภัณฑ์ CBD, CBG ร่วมกับการรักษาแบบแพทย์แผนปัจจุบัน ควรแจ้งให้แพทย์ที่ทำการรักษาทราบ เนื่องจากการใช้สาร CBD และ CBG ร่วมกับยาชนิดอื่นๆ ยาและสาร CBD, CBG อาจทำปฏิกิริยากัน ซึ่งอาจทำให้ฤทธิ์ยาที่หมอจ่ายให้เพิ่มขึ้น หรือลดลง ขึ้นกับว่ายานั้นๆใช้เอ็นไซม์ตัวไหนในตับเป็นตัวทำลาย ผู้ป่วยจึงควรแจ้งให้แพทย์ทราบ เพื่อแพทย์จะปรับปริมาณยาให้ได้ถูกต้อง


หากมีข้อสงสัย หรือคำถาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

ไลน์ไอดี medibis

แมสเซนเจอร์: m.me.medibisshop

เฟสบุ๊ค: www.facebook.com/medibisdotshop

หรืออีเมล์มาที่ info@medibis.shop

สมัครรับจดหมายข่าว

© 2019 by Medibis Europe. All rights reserved.

0