เลือกซื้อน้ำมันซีบีดีอย่างไร ไม่ให้โดนหลอก

การเลือกซื้อน้ำมันซีบีดี ให้ดูที่ความเข้มข้น หรือปริมาณของสารซีบีดี ที่บรรจุอยู่ในขวด น้ำมันสกัดที่มีปริมาณซีบีดีต่ำ จะมีราคาถูกกว่าน้ำมันที่มีสารซีบีดีสูง ผู้ที่ไม่เคยใช้น้ำมันซีบีดีมาก่อน อาจจะมองแค่ราคาและขนาดของขวดเป็นหลัก โดยที่ไม่ได้สนใจว่าในขวดนั้นมีสารซีบีดีอยู่มากน้อยแค่ไหน ซึ่งจริงๆแล้วควรดูที่ปริมาณซีบีดีในขวดเป็นหลัก เพราะซีบีดีคือสารหลักที่ช่วยระงับอาการของโรคต่างๆ ส่วนน้ำมันอื่นๆในขวดเป็นแค่น้ำมันพาหะเท่านั้น น้ำมันพาหะคือน้ำมันที่ใช้ผสมกับน้ำมันซีบีดี เพื่อช่วยให้ร่างกายนำสารซีบีดีไปใช้ได้ง่ายขึ้น น้ำมันพาหะที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นน้ำมันมะพร้าว น้ำมันเมล็ดกัญชง น้ำมันอโวคาโด้ น้ำมันเม็ดองุ่น หรือน้ำมันมะกอก เป็นต้น ซึ่งน้ำมันเหล่านี้ไม่มีผลในการรักษาอาการของโรคต่างๆ

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าน้ำมันแต่ละขวดมีความเข้มข้นของซีบีดีเท่าไหร่

ถ้าเป็นน้ำมันที่ผลิตแบบได้มาตรฐาน จะมีปริมาณซีบีดีและความเข้มข้นของซีบีดีบอกไว้ที่ข้างขวด

เช่นน้ำมันซีบีดีในรูปที่ 1. จากกล่องจะเห็นได้ว่าน้ำมันขวดนี้มีขนาดความจุที่ 10 มิลลิลิตร และมีปริมาณซีบีดีเท่ากับ 3000 มิลลิกรัม หรือความเข้มข้นของซีบีดีเท่ากับ 30% ของน้ำมันทั้งหมดในขวด (อีก 70% เป็นน้ำมันพาหะ) ใน 1 ขวดมีน้ำมันทั้งหมดประมาณ 300 หยด หรือมีปริมาณซีบีดีเท่ากับ 10 มิลลิกรัมต่อหยด


ในตัวอย่างรูปที่ 2. จากกล่องจะเห็นได้ว่าน้ำมันขวดนี้มีขนาดความจุที่ 10 มิลลิลิตร และมีปริมาณซีบีดีเท่ากับ 2000 มิลลิกรัม หรือความเข้มข้นของซีบีดีเท่ากับ 20% ของน้ำมันทั้งหมดในขวด (อีก 80% เป็นน้ำมันพาหะ) ใน 1 ขวดมีน้ำมันทั้งหมดประมาณ 300 หยด หรือมีปริมาณซีบีดีเท่ากับ 6.66 มิลลิกรัมต่อหยด ซึ่งราคาของน้ำมันที่มีปริมาณของสารซีบีดี 2000 มิลลิกรัม ย่อมถูกกว่าขวดแรกซึ่งมีปริมาณสารซีบีดีมากกว่าขวดที่สอง


ในตัวอย่างรูปที่ 3. จากกล่องจะเห็นได้ว่าน้ำมันขวดนี้มีขนาดความจุที่ 10 มิลลิลิตร และมีปริมาณซีบีดีเท่ากับ 1000 มิลลิกรัม หรือความเข้มข้นของซีบีดีเท่ากับ 10% ของน้ำมันทั้งหมดในขวด (อีก 90% เป็นน้ำมันพาหะ) ใน 1 ขวดมีน้ำมันทั้งหมดประมาณ 300 หยด หรือมีปริมาณซีบีดีเท่ากับ 3.33 มิลลิกรัมต่อหยด ซึ่งราคาของน้ำมันขวดนี้ย่อมมีราคาถูกกว่าขวดแรก และขวดที่สอง เพราะมีสารซีบีดีน้อยกว่า


ทำไมค่าซีบีดีจึงมีผลต่อราคาน้ำมันซีบีดี?

จากการวิจัยพบว่าปริมาณซีบีดี มีผลต่อการรักษาโรคต่างๆ เช่น ถ้าต้องการใช้น้ำมันซีบีดีเพื่อระงับอาการของโรคที่รุนแรง เช่นระงับการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง หรืออาการชักจากโรคลมชัก หรืออาการกระตุกจากโรคพาร์กินสัน ควรใช้สารซีบีดีในปริมาณสูงกว่าในกรณีที่ต้องการรักษาอาการที่ไม่รุนแรง เช่นอาการวิตกกังวล ดังนั้นถ้าผู้ใช้เลือกซื้อน้ำมันกัญชงที่มีปริมาณซีบีดีต่ำและราคาไม่สูงมาก ก็ต้องใช้น้ำมันหลายหยดเพื่อให้ได้สารซีบีดีมากพอสำหรับบรรเทาอาการป่วยแบบรุนแรง เช่นถ้าผู้ใช้ต้องการใช้น้ำมันซีบีดีเพื่อระงับอาการกระตุกจากโรคพาร์กินสัน และต้องใช้น้ำมันที่มีซีบีดี 10 มิลลิกรัม จึงจะระงับอาการกระตุกได้ (ปริมาณนี้เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น เนื่องจากร่างกายของแต่ละคนตอบสนองต่อสารซีบีดีแตกต่างกัน) ถ้าผู้ใช้เลือกน้ำมันซีบีดีที่มีความเข้มข้น 30% ซึ่งในหนึ่งหยดมีซีบีดีเท่ากับ 10 มิลลิกรัมพอดี ผู้ใช้ก็ใช้น้ำมันแค่ครั้งละหยดเดียว แต่ถ้าผู้ใช้เลือกซื้อน้ำมันซีบีดี แบบที่มีความเข้มข้น 10% ซึ่งในหนึ่งหยดมีซีบีดี 3.33 มิลลิกรัม ผู้ใช้จะต้องใช้น้ำมัน 3 หยด จึงจะช่วยระงับอาการชักได้


ควรรู้ที่มาของกัญชงที่นำมาสกัดเป็นน้ำมันซีบีดี และแหล่งผลิต

นอกจากความเข้มข้นของซีบีดีแล้ว ผู้ใช้ควรตรวจสอบว่าน้ำมันนั้นทำมาจากกัญชงออแกนิกส์ ปลอดสารพิษหรือไม่ และผ่านขบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานหรือไม่ เพราะถ้ากัญชงที่นำมาสกัดน้ำมันเป็นกัญชงที่มีสารเคมีเจือปน หรือขบวนการผลิตไม่ได้มาตรฐาน ผู้ใช้อาจจะได้สารพิษแทนที่จะได้ยาจากกัญชงก็เป็นได้


นอกจากนั้นผู้ใช้ควรตรวจสอบด้วยว่า ในน้ำมันซีบีดีนั้น มีสาร THC ที่มีผลต่อจิตประสาทเจือปนด้วยหรือไม่ และได้ผ่านการทดสอบทางห้องปฏิบัติการ เพื่อตรวจเช็คปริมาณสารซีบีดีหรือไม่ มิฉะนั้นผู้ใช้อาจจะได้น้ำมันซีบีดีที่มีสาร THC ปริมาณสูง ซึ่งสาร HTC ในปริมาณสูง ทำให้หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ 20-50 ครั้งต่อนาที ซึ่งอาจทำให้หัวใจวายได้ หรืออาจทำให้เกิดอาการของโรคจิตเภท ประสาทหลอน สมองทำงานผิดปกติ และความจำแย่ลงได้

น้ำมันซีบีดีทุกชนิดที่เราจำหน่าย ผลิตจากกัญชงออแกนิกส์ (cannabis sativa) ปลอดสารพิษ ผ่านขบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน มีการควบคุมปริมาณสารซีบีดี ตามที่ระบุไว้ข้างขวด และไม่มีสาร THC น้ำมันซีบีดีที่เราจำหน่ายจึงไม่ทำให้เมา และไม่มีผลต่อจิตประสาท ใช้แล้วไม่ทำให้จิตหลอน และไม่ทำให้เกิดการเสพติด

เลือกน้ำมันซีบีดีแบบสกัดเย็นหรือสกัดร้อน

ในน้ำมันซีบีดีสกัดเย็นจะประกอบไปด้วย CBD และ CBDa ซึ่งจากงานวิจัยพบว่า CBDa ช่วยระงับการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งได้ สาร CBDa นี้จะไม่มีในน้ำมันซีบีดีที่ผ่านการสกัดโดยใช้ความร้อน เนื่องจาก CBDa จะถูกทำลายไปหมด


จากประสบการณ์ของผู้ใช้หลายท่าน พบว่าน้ำมันซีบีดีแบบสกัดเย็นช่วยทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า สดชื่น มีพลัง มีสมาธิในการทำงาน และสมองแล่น มีไอเดียใหม่ๆ ส่วนน้ำมันซีบีดีแบบสกัดร้อน ช่วยให้ผ่อนคลาย นอนหลับ ด้วยเหตุผลนี้หลายคนจึงเลือกที่จะใช้น้ำมันซีบีดีสกัดเย็นในตอนเช้า และแบบสกัดร้อนก่อนอาหารค่ำ


หมายเหตุ ร่างกายของแต่ละคนตอบสนองต่อสารซีบีดีแตกต่างกัน ผลที่ได้จากการใช้น้ำมันซีบีดีของแต่ละคนจึงอาจแตกต่างกันด้วย


หากมีข้อสงสัย หรือคำถาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

ไลน์ไอดี medibis

แมสเซนเจอร์: m.me.medibisshop

เฟสบุ๊ค: www.facebook.com/medibisdotshop

หรืออีเมล์มาที่ info@medibis.shop

สมัครรับจดหมายข่าว

© 2019 by Medibis Europe. All rights reserved.

0