น้ำมันซีบีดี สำหรับผู้ป่วยพาร์กินสัน

โรคพาร์กินสัน เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เซลล์สมองที่มีหน้าที่หลั่งสารโดปามีน มีจำนวนลดน้อยลง ซึ่งสารโดปามีนนี้เป็นตัวช่วยควบคุมและสั่งการ ให้ระบบประสาทและกล้ามเนื้อทำงานประสานกันได้อย่างถูกต้อง เมื่อสมองไม่สามารถหลั่งสารโดปามีนได้มากพอ ผู้ป่วยจึงมีการเคลื่อนไหวของร่างกายผิดปกติไปจากเดิม มีอาการมือสั่น แขนขาสั่น หรือเคลื่อนไหวได้แบบติดๆขัดๆ กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง มีปัญหาในการพูด การรับประทานอาหาร และการทรงตัว นอกจากปัญหาทางด้านร่างกายแล้ว ผู้ป่วยพาร์กินสันอาจมีปัญหาทางด้านจิตใจด้วย เช่น ซึมเศร้า วิตกกังวล นอนไม่หลับ และความจำเสื่อม

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาโรคพาร์กินสันให้หายขาดได้ การรักษาเป็นเพียงการประคับประคองอาการของโรค ไม่ให้แย่ลงกว่าเดิม ตัวอย่างของยาที่ใช้รักษาหรือควบคุมอาการของโรคพาร์กินสันได้แก่ Levodopa, และ Dopamine agonist เป็นต้น ยาเหล่านี้อาจจะใช้ได้ผลดีในระยะแรก แต่เมื่อใช้ไปนานๆจะเกิดอาการดื้อยา ทำให้ต้องเพิ่มปริมาณยาขึ้นเรื่อยๆ หรือใช้ยาตัวอื่นๆร่วมด้วย ยาดังกล่าวมีผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์หลายอย่าง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ความดันต่ำ ง่วงนอนตอนกลางวัน นอนไม่หลับตอนกลางคืน และเห็นภาพหลอน ผลข้างเคียงที่แย่ไปกว่านั้นคือ ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของใบหน้า แขน ขา และลำตัวได้ ซึ่งทำให้มีอาการหยุกหยิก (dyskinesia) ตัวแข็ง และมีอาการทางจิต เช่น ประสาทหลอน และทำอะไรซ้ำๆ ซึ่งผลข้างเคียงเหล่านี้ อาจทำให้ผู้ป่วยเข้าใจผิดว่าเป็นอาการของโรคพารฺ์กินสัน แต่จริงๆแล้วเป็นผลข้างเคียงมาจากการใช้ยามาเป็นระยะเวลานาน


ผลข้างเคียงจากยาที่ได้กล่าวไปข้างต้น ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมาก หันมาใช้วิธีการรักษา หรือควบคุมอาการของโรคพาร์กินสัน ด้วยน้ำมันซีบีดี ซึ่งจากการวิจัย และจากประสบการณ์จริงของผู้ใช้ พบว่าน้ำมันซีบีดี สามารถควบคุมอาการของโรคพาร์กินสัน ได้ดีกว่ายาสำหรับรักษาพาร์กินสันโดยทั่วไป ปัจจุบันยังไม่พบผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายของซีบีดี


ซีบีดีช่วยให้อาการของโรคพาร์กินสันดีขึ้น

การใช้ซีบีดีเพื่อลดหรือรักษาอาการของโรคพาร์กินสัน ได้มีการทดลองทั้งในหนูทดลอง และในผู้ป่วยจริง ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าซีบีดี ช่วยลดหรือรักษาอาการของโรคพาร์กินสันได้จริง ตัวอย่างของการทดลองดังกล่าวได้แก่

  • ในปี 2005 และ 2007 กลุ่มนักวิจัยจากประเทศสเปน พบว่าสารซีบีดีสามารถยับยั้ง และป้องกันการเสื่อมของระบบประสาท ที่อาจเป็นสาเหตุของโรคพาร์กินสันได้ แต่การทดลองดังกล่าวเป็นเพียงการทดลองในห้องปฏิบัติการที่ทำกับหนูทดลองเท่านั้น

  • ในปี 2009 นักวิจัยจากบราซิลได้ทดลองใช้สารซีบีดีกับผู้ป่วยพาร์กินสัน ที่มีอาการทางจิตร่วมด้วย การทดลองทำโดยให้ซีบีดีในปริมาณ 150 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ ผลการทดลองพบว่าอาการทางจิต ของผู้ป่วยพาร์กินสันลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

  • ในปี 2014 นักวิจัยจากบราซิลได้ทำการทดลองใช้สารซีบีดีกับผู้ป่วยพาร์กินสันจำนวน 21 คน เป็นเวลา 6 สัปดาห์ ในการทดลองได้แบ่งผู้ป่วยออกเป็น 3 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกได้รับซีบีดีปริมาณ 300 มิลลิกรัมต่อวัน กลุ่มที่สองได้รับซีบีดีปริมาณ 75 มิลลิกรัมต่อวัน และกลุ่มสุดท้ายไม่ได้รับสารซีบีดี จากการทดลองพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับซีบีดี 300 มิลลิกรัมต่อวัน มีคุณภาพชีวิตดีขึ้นเมื่อเทียบกับผู้ป่วยอีกสองกลุ่ม

  • ในปี 2014 นักวิจัยจากบราซิลกลุ่มเดิม ได้ทำการทดลองใช้ซีบีดีในผู้ป่วยพาร์กินสัน 4 ราย ที่มีอาการแขนขากระตุกในขณะนอนหลับ โดยให้ซีบีดีปริมาณ 75 มิลลิกรัมต่อวัน กับผู้ป่วย 3 รายแรก และ 300 มิลลิกรัมกับผู้ป่วยรายที่สี่ ผลการทดลองพบว่าอาการแขนขากระตุกลดลงอย่างมาก และบางรายอาการหายไปทั้งหมด

นอกจากการทดลองที่กล่าวไปข้างต้น ยังมีตัวอย่างของผู้ป่วยที่ใช้ซีบีดี เพื่อหยุดอาการของโรคพาร์กินสันได้อย่างน่าอัศจรรย์



อีกกรณีหนึ่งเป็นการบอกเล่าของผู้ป่วยพาร์กินสันท่านหนึ่ง ที่หันหลังให้กับการรักษาด้วยยาแผนปัจจุบัน และเลือกที่จะใช้การรักษาด้วยซีบีดีเพียงอย่างเดียว ซึ่งได้ผลดีมาก จนคุณหมอประหลาดใจ ฟังเรื่องราวของเธอได้ในวีดีโอด้านล่างนี้


นอกจากตัวอย่างผู้ป่วยทั้งสองท่านในวีดีโอด้านบนแล้ว ยังมีผู้ป่วยพาร์กินสันที่ใช้น้ำมันซีบีดีจาก medibis.shop แล้วได้ผลดี จนอาการของพาร์กินสันลดลงอย่างมาก อาการเกร็งลดลง อาการสั่นลดลง และบางรายอาการสั่นหายไป นอนหลับดีขึ้น ผู้ป่วยทุกราย ยืนยันว่า ซีบีดี ช่วยให้คุณภาพชีวิตของพวกเขาดีขึ้นอย่างมาก


สินค้าแนะนำ: น้ำมันซีบีดีสำหรับผู้ป่วยพาร์กินสัน

หมายเหตุ: การรักษาอาการจากโรคพาร์กินสันจะได้ผลดียิ่งขึ้น ถ้าผู้ป่วยใช้น้ำมันซีบีดีร่วมกับการออกกำลังกายอย่างน้อย 45 นาทีต่อวัน นอกจากนี้การออกกำลังกาย ยังช่วยชลอการลุกลามของโรคได้อีกด้วย

ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้

ณ. ปัจจุบัน (พ.ศ. 2562) ถึงแม้ว่าองค์การอนามัยโลกจะออกมายืนยันแล้วว่า สาร CBD ปลอดภัย และไม่มีผลข้างเคียงอันตรายใดๆ แต่ถ้าผู้ป่วยใช้สารนี้ร่วมกับยาแผนปัจจุบันชนิดอื่นๆ ยาและสาร CBD อาจทำปฏิกิริยาต่อกันและกัน ซึ่งสาร CBD อาจจะไปเพิ่มฤทธิ์ หรือลดฤทธิ์ของยาที่ผู้ป่วยใช้อยู่ได้ เพราะฉนั้นถ้าท่านต้องการใช้สาร CBD ร่วมกับยาแผนปัจจุบันจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ แต่ถ้าท่านไม่ได้ใช้ยาอื่นๆอยู่ ท่านสามารถเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ CBD ได้เลย


หากมีข้อสงสัย หรือคำถาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

ไลน์ไอดี medibis

แมสเซนเจอร์: m.me.medibisshop

เฟสบุ๊ค: www.facebook.com/medibisdotshop

หรืออีเมล์มาที่ info@medibis.shop

สมัครรับจดหมายข่าว

© 2019 by Medibis Europe. All rights reserved.

0