ซีบีดีช่วยลดอาการชักได้จริง

อาการชัก Lennox-Gastaut syndrome (LGS) เป็นอาการชักที่พบเห็นได้ไม่บ่อย และมักพบในเด็กเล็ก อายุราว 3-6 ขวบ การชักแอลจีเอส เป็นการชักเกร็ง กระตุกทั้งตัว หรือ ชักแบบหมดสติ เด็กในกลุ่มนี้จะมีพัฒนาการช้ากว่าเด็กในรุ่นราวคราวเดียวกัน เนื่องจากสมองถูกทำลายจากอาการชัก มีคุณภาพชีวิตแย่ และไม่สามารถทำกิจกรรมหรือไปโรงเรียนเหมือนเด็กปกติได้

อาการชักแอลจีเอส ควบคุมได้ยาก และโดยปกติยากันชักทั่วไปจะใช้กับผู้ป่วยกลุ่มนี้ไม่ค่อยได้ผล

ซีบีดีลดอาการชักได้ทันที

ในปี 2017 American Academy of Neurology ได้ทดลองใช้สารซีบีดีในผู้ป่วยที่มีอาการชักแอลจีเอส การทดลองได้ทำกับผู้ป่วยที่มีอายุเฉลี่ย 14-16 ปี จำนวน 225 ราย เป็นเวลา 14 สัปดาห์ ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีอาการชักโดยเฉลี่ย 85 ครั้งต่อเดือน หรือ 2-3 ครั้งต่อวัน การชักโดยส่วนใหญ่จะเป็นการชักแบบหมดสติ ทำให้ผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย


ผลการทดลองในผู้ป่วยกลุ่มนี้แสดงให้เห็นว่า ซีบีดีสามารถลดจำนวนครั้งของการชัก ในผู้ป่วยจำนวนมากลงได้ประมาณครึ่งหนึ่ง นอกจากนี้ยังพบอีกว่าสารซีบีดีสามารถหยุดอาการชักในผู้ป่วยที่ใช้ยาแก้ชักแบบอื่นๆแล้วไม่ได้ผล


ผลข้างเคียง

จากการทดลองพบว่าการใช้สารซีบีดีในปริมาณมาก ทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น เบื่ออาหาร และบางคนมีอาการง่วงนอน ซึ่งผลข้างเคียงดังกล่าวก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไร


ซีบีดีช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคลมชักดีขึ้นอย่างมาก

นอกจากการทดลองที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว ยังมีผู้ป่วยอีกจำนวนมาก ที่ใช้ซีบีดีเพื่อรักษาอาการชัก แล้วได้ผลจริง บางคนจากที่เคยชักวันละหลายสิบครั้ง หลังจากใช้น้ำมันซีบีดี อาการชักลดลงเหลือเดือนละครั้ง หรือสองครั้งก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ เมื่อไม่มีอาการชัก เด็กก็สามารถทำกิจกรรม และใช้ชีวิตได้เหมือนเด็กปกติทั่วไปได้ ทำให้พัฒนาการทางด้านร่างกายและสมองดีขึ้น และสุขภาพจิตของพ่อแม่ก็ดีขึ้นด้วย


ในวีดีโอด้านล่างนี้แสดงให้เห็นว่าน้ำมันซีบีดีหยุดอาการชักได้ แทบจะทันทีหลังจากใช้


นอกจากมนุษย์จะได้รับประโยชน์จากซีบีดีแล้ว ซีบีดียังช่วยลดอาการชักในสัตว์ได้อีกด้วย ดังตัวอย่างในวีดีโอด้านล่างนี้


สินค้าแนะนำ: น้ำมันซีบีดีสำหรับลด หรือรักษาอาการชัก

ศึกษาข้อมูลให้เข้าใจก่อนตัดสินใจ

ณ. ปัจจุบัน (พ.ศ. 2562) ถึงแม้ว่าผลการวิจัยจะแสดงให้เห็นว่าสารสกัดจากพืชตระกูลกัญชา ไม่ว่าจะเป็น CBD, CBG, THC และสารแคนนาบินอยด์ตัวอื่นๆ มีสรรพคุณในการรักษาโรคต่างๆได้จริง แต่การทดลองส่วนใหญ่เป็นการทดลองในห้องปฏิบัติการที่ทำกับหนูทดลอง ไม่ใช่การทดลองกับผู้ป่วยจริงๆ นอกจากนี้การทดลองดังกล่าวยังกระทำได้ไม่นานพอที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลของสารสกัด ที่มีต่อร่างกายในระยะยาว จึงไม่สามารถยืนยันแน่ชัดได้ว่า การใช้สารสกัดจากพืชตระกูลกัญชาในระยะยาว จะมีผลในทางบวกหรือลบต่อร่างกายอย่างไรบ้าง ผู้ป่วยท่านไหนต้องการใช้สารสกัดจากพืชตระกูลกัญชาเพื่อรักษาโรคต่างๆ จึงควรศึกษาข้อมูลให้เข้าใจก่อนตัดสินใจ และไม่ควรหันหลังให้กับการรักษาโดยแพทย์แผนปัจจุบันเสียทีเดียว

สมัครรับจดหมายข่าว

© 2019 by Medibis Europe. All rights reserved.

0